ชวนรู้จักแนวคิด "DCA Age Boost" ใช้ “อายุลูก” เป็นจังหวะ ค่อยๆ เพิ่มเงินลงทุนทุกปี
การเตรียมเงินให้ลูกอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่สามารถค่อยๆ เพิ่มตามอายุลูกและกำลังของครอบครัวได้
ถ้าถามคุณพ่อคุณแม่ว่า “ลงทุนให้ลูกเดือนละเท่าไรถึงจะพอ?” หลายคนอาจยังไม่มีคำตอบ เพราะแค่ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนก็มีหลายอย่างให้ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว
และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้บางครอบครัวเลือก “รอให้พร้อม” ก่อน แล้วค่อยเริ่มเตรียมเงินสำหรับอนาคตของลูก
แต่จริงๆ แล้ว การเตรียมเงินให้ลูกอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเงินก้อนใหญ่ เพราะสามารถเริ่มจากจำนวนเล็กๆ ที่ไหวในวันนี้ แล้วค่อยเพิ่มขึ้นตามอายุของลูกและกำลังของครอบครัวได้
โดย Jitta Wealth ได้แชร์แนวคิด “DCA Age Boost” ซึ่งเป็นวิธีทยอยเพิ่มเงินลงทุนตามอายุของลูก แทนการกำหนดเงิน DCA จำนวนเท่าเดิมตลอดระยะเวลาหลายปี
แนวคิดนี้เริ่มจากจำนวนเงินที่ครอบครัวสามารถรับไหวในวันนี้ แล้วใช้ทุกวันเกิดของลูกเป็นจังหวะทบทวนและเพิ่มเงินลงทุน เพื่อให้เงินที่เตรียมไว้ค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับลูก
ลูกโตขึ้น 1 ปี เงินลงทุนก็โตขึ้นอีกระดับ
หลักการของ DCA Age Boost ไม่ซับซ้อน คือ เมื่อลูกอายุเพิ่มขึ้น 1 ปี ก็เพิ่มเงินลงทุนให้อีกหนึ่งระดับ แทนที่จะลงทุนด้วยเงินจำนวนเดิมไปตลอด 15–20 ปี
ตัวอย่างที่ Jitta Wealth ยกไว้ คือ หากเริ่มลงทุนให้ลูกตั้งแต่อายุ 1 ขวบ อาจเริ่มจากเงินเดือนละ 1,000 บาท
เมื่ออายุ 2 ขวบ เพิ่มเป็น 2,000 บาท
อายุ 3 ขวบ เพิ่มเป็น 3,000 บาท
อายุ 4 ขวบ เพิ่มเป็น 4,000 บาท
อายุ 5 ขวบ เพิ่มเป็น 5,000 บาท
และเพิ่มขึ้นปีละ 1,000 บาทตามอายุของลูก
ข้อดีของวิธีคิดนี้คือ พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องหาเงินก้อนใหญ่หรือเงินหลักหมื่นมาลงทุนตั้งแต่วันแรก แต่สามารถเริ่มจากจำนวนที่เหมาะกับสถานะทางการเงินในปัจจุบันก่อน
จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป รายได้อาจเพิ่มขึ้น เงินเดือนปรับขึ้น หรือภาระค่าใช้จ่ายบางอย่างลดลง ก็สามารถนำความสามารถในการลงทุนที่เพิ่มขึ้นมา “Boost” เงินในพอร์ตของลูกตามไปด้วย
หากสมมติว่าการลงทุนสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี ตลอด 20 ปี เงินที่ทยอยลงทุนให้ลูกมีโอกาสเติบโตเป็นประมาณ 4.68 ล้านบาท
ขณะที่ตลอด 20 ปี พ่อแม่ใส่เงินลงทุนจริงรวมประมาณ 2.52 ล้านบาท ส่วนต่างที่เกิดขึ้นมาจากผลตอบแทนที่สะสมและเติบโตอยู่ในพอร์ตตลอดระยะเวลาลงทุน
พูดง่ายๆ คือ DCA Age Boost ไม่ได้อาศัยแค่การ “ใส่เงินเพิ่ม” แต่เป็นการให้ เงินต้น + ผลตอบแทน + เวลา ทำงานร่วมกัน
เงิน 1,000 บาทในช่วงแรกจึงมีโอกาสค่อยๆ กลายเป็นเงินก้อนใหญ่ขึ้น เมื่อมีเวลาให้เงินเติบโตนานพอ
แต่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มจนถึงเดือนละ 20,000 บาท
เห็นตัวเลขปีที่ 20 แล้วอาจมีสะดุ้ง เพราะถ้าเพิ่มปีละ 1,000 บาทจริง เงินลงทุนจะขึ้นไปถึงเดือนละ 20,000 บาท
แต่ Jitta Wealth ชี้ว่า หัวใจของ DCA Age Boost ไม่ได้หมายความว่าต้องเพิ่มปีละ 1,000 บาทไปจนสุดทาง เพราะแต่ละครอบครัวมีรายได้และภาระไม่เท่ากัน
จึงสามารถกำหนด เพดาน (Cap) ไว้ตั้งแต่ต้นได้ เช่น เพิ่มปีละ 1,000 บาทจนถึงเดือนละ 10,000 บาท แล้วคงเงินลงทุนไว้ระดับนั้นต่อไป
หากใช้สมมติฐานผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปีเหมือนกัน การเพิ่มเงินจนถึงเดือนละ 10,000 บาทแล้วคงไว้ จะทำให้ตลอด 20 ปี พ่อแม่ใส่เงินลงทุนรวมประมาณ 1.86 ล้านบาท และมีมูลค่าประมาณการในปีที่ 20 อยู่ที่ 3.80 ล้านบาท
ขณะที่หากเพิ่มจนถึงเดือนละ 5,000 บาทแล้วคงไว้ จะใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 1.08 ล้านบาท และมีมูลค่าประมาณการในปีที่ 20 ราว 2.42 ล้านบาท
ส่วนกรณีเพิ่มปีละ 1,000 บาทต่อเนื่องไปจนถึงปีที่ 20 จะใส่เงินลงทุนรวมประมาณ 2.52 ล้านบาท และมีมูลค่าประมาณการราว 4.68 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า แม้ไม่ได้เพิ่มเงินไปจนถึงเดือนละ 20,000 บาท แต่การเริ่มลงทุนตั้งแต่ลูกยังเล็กและทำต่อเนื่อง ก็ยังทำให้เงินมีเวลาสะสมและสร้างโอกาสเติบโตได้อีกหลายปี ดังนั้น DCA Age Boost จึงไม่ใช่สูตรตายตัว
บางครอบครัวอาจเพิ่มปีละ 1,000 บาท บางครอบครัวอาจเพิ่มปีละ 500 บาท หรือบางบ้านอาจเลือกเพิ่มเฉพาะปีที่รายได้ปรับขึ้นก็ได้
สิ่งสำคัญคือ จำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นต้องอยู่ในระดับที่ครอบครัวสามารถลงทุนต่อเนื่องได้ โดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็นและเป้าหมายทางการเงินอื่น
เปลี่ยน “วันเกิด” ให้กลายเป็นวันเพิ่มเงินลงทุน
อีกมุมหนึ่งที่ Jitta Wealth นำเสนอคือ การใช้ “วันเกิดของลูก” เป็นจังหวะทบทวนแผนการเงิน
ทุกวันเกิด พ่อแม่อาจไม่ได้แค่ซื้อของขวัญชิ้นใหม่ให้ลูก แต่ลองกลับมาดูพอร์ต แล้วถามตัวเองว่า
“ปีนี้เราเพิ่มเงินลงทุนให้เขาได้อีกเท่าไร?”
อาจเพิ่มจาก 1,000 เป็น 2,000 บาท หรือจาก 5,000 เป็น 5,500 บาทก็ได้
จำนวนที่เพิ่มขึ้นไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกครอบครัว สิ่งสำคัญคือยังอยู่ในระดับที่สามารถลงทุนต่อเนื่องได้
และเมื่อทำต่อเนื่องหลายปี พอร์ตนี้ยังสามารถกลายเป็นเครื่องมือสอนเรื่องเงินให้ลูกได้ด้วย
เมื่อลูกโตพอ พ่อแม่สามารถพาเขามาดูว่าเงินถูกลงทุนอยู่ที่ไหน เงินที่ค่อยๆ เติมเข้าไปเติบโตอย่างไร เพื่อช่วยให้เข้าใจเรื่องการเงินและการลงทุนมากขึ้น และต่อยอดไปสู่สุขภาพการเงินที่ดีของตัวเองในอนาคต
สิ่งที่เด็กมีมากกว่าผู้ใหญ่ คือ “เวลา”
Jitta Wealth มองว่า สิ่งที่เด็กมีมากกว่าผู้ใหญ่ในการลงทุน ไม่ใช่เงินเดือนหรือเงินก้อนใหญ่ แต่คือ “เวลา”
หากเป้าหมายคือเงินสำหรับมหาวิทยาลัย เงินตั้งต้นชีวิต หรือทุนสำหรับทำธุรกิจในอีก 15–20 ปี เงินที่ลงทุนตั้งแต่วันนี้มีเวลาสะสมผลตอบแทนได้นานกว่าเงินที่เพิ่งเริ่มลงทุนตอนใกล้ถึงเป้าหมาย
การเริ่มจากเงินจำนวนไม่มากตั้งแต่ลูกยังเล็ก จึงมีข้อได้เปรียบกว่าการรอให้พร้อมแล้วค่อยลงทุนด้วยเงินจำนวนมากในช่วงท้าย
เพราะผลตอบแทนที่เกิดขึ้นในช่วงแรก ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนต่อไป เกิดเป็นพลังของผลตอบแทนทบต้นในระยะยาว
DCA Age Boost จึงเป็นการใช้ข้อได้เปรียบ 2 ด้านพร้อมกัน คือ เริ่มต้นเร็วเพื่อให้เวลาทำงาน และค่อยเพิ่มเงินต้นตามกำลังที่มากขึ้นในอนาคต
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB